วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556


P i c h e t  K l u n c h u n  D a n c e  C o m p a n y' s B L A C K  &  W H I T E
ข      า      ว      ดำ


 B L A C K


สีดำเป็นสีแรกๆ ในโลกที่คนเราหยิบจับมันขึ้นมาเพื่อทำงานศิลปะ โน่น - - ภาพเขียนบนผนังถ้ำตั้งแต่ยุคหินใหม่ ก่อนพุทธศักราช ก่อนคริสตศักราช ก่อนศักราชอะไรๆ ทั้งนั้น มันจึงเป็นสีที่อยู่กับโลกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เนิ่นนาน อยู่ในดิน ในหิน ในอากาศที่ไกลออกไปจนเรียกว่า อวกาศ



 
 
 
W H I T E
 
ส่วนสีขาว อีกขั้วที่ตรงกันข้าม มันคือหิมะ คือน้ำนม คือแสงสว่าง คือความบริสุทธิ์ผุดผ่อง ซื่อตรง คือความดีความงาม - - อะไรก็ได้ที่ตรงกันข้ามสิ้นเชิงกับสีดำที่คนเขาเอาไปเปรียบกับความชั่วร้าย ภูติผี เวทย์มนตร์ ไปจนถึงความโศกเศร้าพลัดพราก

Pichet Klunchun พิเชษฐ กลั่นชื่น เปิดโชว์แรกของ 'ขาวดำ' ด๊านซ์รูปแบบที่เป็นของเขาเองในประเทศบ้านเกิดเมืองนอนหลัง เวิลด์ พรีเมียร์ ที่สิงคโปร์ เอสพลานาดเมื่อ 2 ปีก่อน

ทุ่มครึ่งของวันที่ 22 พฤศจิกายน 2013 รอบแรกกลางกรุงเทพฯ ที่ศูนย์ศิลปะการแสดง สดใส พันธุมโกมล ขาวดำ แน่นขนัดไปด้วยผู้ชมทุกวัย ทุกเพศสภาพ หลากบทบาทในสังคม

เวทีว่างเปล่าก่อนการแสดงฉายภาพเขียนแบบประเพณีจากรามเกียรติ์ มุมขวาจากสายตาผู้ชมมีเครื่องดนตรีและอุปกรณ์สำหรับการนั้นจัดวางรอเวลา 'กู่ฉิง' เครื่องดนตรีจีนโบราณกาลที่มีความเป็นมาราวสามพันกว่าปี เหมือนที่เห็นในหนังเรื่องยิ่งใหญ่เมื่อ 11 ปีก่อนของ จาง อี้โหมว - Hero

Wu Na - ศิลปินกู่ฉิงจากประเทศจีน ผู้ทำหน้าที่เป็นทั้งนักดนตรีและคอมโพสเซอร์เข้าฉากมาเป็นคนแรก ภาวะสงบนิ่งเริ่มต้นด้วยเสียงกู่ฉิงทรงพลัง ในหนึ่งเสียงมีทั้งกังวานส่วนหนึ่ง และพร่าไหวอีกส่วนหนึ่ง เสียงนั้นล่องลอยจนในบางขณะเข้าขั้นหลอน 2 โน้ตแรกจากเธอทำให้คำถามหนึ่งผุดป๊อป! ขึ้นมาในหัว - - "นี่เป็นบันทึกประวิติศาสตร์ใหม่ของงานศิลปะการแสดงในประเทศไทยสินะ" - - จะเรียกว่าอะไร ไม่ใช่ความตื่นเต้น มันดีกว่านั้น ยั่งยืนกว่านั้น ตื่นเต้นมันเรื่องชั่วครู่ แต่แม้กระทั่งตอนที่นั่งเขียนอยู่นี้ ก็ยังไม่อาจจะจำกัดความได้สมกับที่ใจรู้สึก

นักรบทั้งฝ่ายขาวและดำเคลื่อนเข้ามาหลัง วู นา ขยับนิ้วร่ายดนตรีของเธอไปสักครู่ รู้สึกไม่ต่างไปจากเมื่อภาพยนตร์เริ่มต้น ฉากวูบไหวว่างเปล่าท่ามกลางลมพัด ตัวละครจรดฝีเท้าปรากฏตัว

การเคลื่อนที่ของทุกๆ คาแร็กเตอร์ไม่ว่าช่วงไหนของการแสดง ทั้งเร็วและช้า มีสิ่งหนึ่งที่ส่งผ่านมาถึงทุกที่นั่งของคนดู นั่นคือคลื่นพลังความสงบในกายที่ขยับขับเคลื่อน ไม่โครมครามอึกทึกแม้ขณะ 'กระทืบฟัน'* หากแน่นไปด้วยอำนาจสะกด พอเริ่มต้นก็ไม่มีจุดหยุดยั้งอีกแล้ว ทุกอย่างดำเนินต่อเนื่องเหมือนการหายใจ คือเป็นธรรมชาติและมีชีวิต - - สิ่งนี้สำคัญมาก มันแยกแยะระหว่าง 'งานศิลปะ' กับ 'งานฝีมือ' อย่างหลังคือความงาม แต่อย่างแรกเป็นทั้งความงามและกระตุ้นความรู้สึกสานต่อความงามในตัวผู้ดู

แม้จะรู้ว่านี่คือศิลปะการเต้นที่มีฐานของโขนประเพณี แต่ขณะที่ดูไม่ได้ทันคิดหรอกว่านั่นเป็นศิลปะอะไร ของชนชาติไหน - - ไม่มีขอบเขตเส้นแดนบนเวทีนั่น มันไม่ได้สำคัญอะไรเลย ตราบใดที่เสียงกู่ฉิงโหยหวนอยู่ในอากาศ ตราบใดที่นักเต้นเคลื่อนไหวราวกับร่างกายถูกโปรแกรมไว้ด้วยระบบคิดที่บ่มมาพันปี มันเป็นทั้งแบบแผนและเป็นทั้งกรอบเนี้ยบที่มาพร้อมๆ กับอิสระและเสรีอย่างไม่รู้เลยว่ามันอยู่และทำงานร่วมกันด้วยวิธีไหน กลืนกลม แนบเนียน การเคลื่อนของทุกร่างกายหลอมรวมต่อเนื่องกัน เหมือนลายเส้นของอาร์ทิสต์บนกระดาษที่ลากวาดต่อเนื่องไม่หยุดลงได้

ถึงคราวของ 'ดำ' ตัวพ่อ แม้จะสวมศีรษะไว้ตลอดเวลาแต่ใครก็จดจำร่างกายเขาแม่นยำ พิเชษฐ กลั่นชื่น ออกมาและลงเหลี่ยมนิ่งนานราวกับกลายเป็นหิน ในเครื่องแต่งกายที่ทอนมาจากประเพณีอย่างแยบยล กะโหลกปักอยู่กลางอกนั้นบอกทุกสิ่ง ว่านี่คือชีวิตหลังความตาย ในขณะที่ร่าง 'ขาว' ร่างหนึ่งย่างเยื้องช้าๆ ออกมายืนนิ่งอีกมุม นักเต้นหญิงคนเดียวของโชว์ หัวจรดเท้าอยู่ใต้เครื่องแต่งตัวประหลาดล้ำ กรวยยาวบนหัว ดอกไม้ขาวประดับเรื่อยมาจนถึงส่วนใบหน้า แวบหนึ่งภาพโอต กูตูร์ทับซ้อนขึ้นมา - - นี่เป็นงานออกแบบจาก Fly Now การผนวกรวมครั้งแรกอย่างเป็นเรื่องเป็นราวในประเทศนี้ ระหว่างศิลปะกับแฟชั่น



"คลิบบบ"


เสียงคล้ายๆ ดาบโลหะขยับจากฝัก ไม่ดังมากแต่เหมือนการสะกิดเรียกลึกลงไปในสัมปชัญญะ ที่จริงแล้วมันเป็นเสียงขยับเล็บยาวเป็นฟุตทั้งสิบนิ้วสีเงินเงาปลาบของ 'ขาว' - - และมันคือเสียงท้ารบ - - เดี๋ยวนะ ทำไมถึงรู้สึกขึ้นมาว่าขาวในร่างที่คลุมลูกไม้งามนั้น 'ดูคุกคาม' ยิ่งกว่าดำในเครื่องปักกะโหลกมากมาย ฝ่ายนั้นยามออกอาวุธ เพียงยืนนิ่งๆ แล้วควงพลองยาวกว่าสองเมตรในมือเดียว - - ขวับๆๆ เหมือนมีลมพายุเกิดจากแรงเหวี่ยงไหว - - มีอะไรแฝงอยู่เบื้องหลังการตัดสินด้วยภาพที่เห็นแบบมนุษย์ชาชินหรือ???

สำหรับใครที่ได้ดู 'ตามไก่' โปรดักชั่นที่คัมพานีนี้เพิ่งเล่นไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา (และจากนั้นก็ตามไก่ไปไกลถึงอีก 7 โรงละครในเนเธอร์แลนด์ + การแสดงที่ชื่อ Nijinsky Siam ที่เฟสติวัลในนอร์เวย์) และยิ่งถ้าเคยดูเพียง 2 งานเท่านี้ คุณจะต้องงุนงงกับความแตกต่างสุดขั้ว แต่สำหรับประดาบิ๊กแฟนของคัมพานีนี้ ความต่างกันของแต่ละโปรดักชั่นเป็นเรื่องสามัญอย่างยิ่ง ในขณะที่ขาวดำดู 'อลัง' ตามไก่ก็ดู 'เรียบง่าย' แต่ไม่ง่าย งานของพิเชษฐผ่านกระบวนการแบบเดียวกับงานออกแบบชั้นดี เริ่มจากแรงบันดาลใจแล้วสเก็ตช์ออกมาเป็นร่าง หาองค์ประกอบที่จะลงตัวที่สุด คัดกรองตัดอะไรที่ไม่จำเป็นทิ้ง สิ่งดีที่สุดที่คงอยู่ถูกเคี่ยวสกัด - - ทั้งหมดนี้กินเวลาแรมปี และสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น คือเมื่อถึงเวลานำเสนอ เขาจะบรรจุมันลงในภาชนะที่ชื่อ ปัจจุบัน นั่นคือทำให้ศิลปะผูกโยงมาถึงผู้เสพให้ได้หายใจอากาศเดียวกัน

 
งานชิ้นนี้พิเชษฐ 'ส่ง' คนในคัมพานีของเขาเต็มที่ สุนนท์, ปรเมษฐ์, ผดุง และขาวตัวลีดเดอร์ - กรกาญจน์ มีช่วงโซโล่ด๊านซ์ที่น่าประทับใจ คนดูได้เห็นร่างกายที่ผ่านการเคี่ยวกรำฝึกฝนมาจนถึงกระดูก สำคัญกว่านั้น นอกจากจะมองเห็นความเป็นสกุลช่างที่คัมพานีสร้างมาสำเร็จลุล่วงงดงาม ยังได้เห็นกระบวนการทางความคิดของนักเต้นแต่ละคนที่ผ่านออกมากับการเคลื่อนไหว เป็นงาน choreograph ขั้นสมบูรณ์จากผู้กำกับ บวกกับความเป็นปัจเจกของแต่ละคน ไม่มีอะไรจะบอกได้นอกจาก ศิลปะยังมีชีวิตอยู่ในประเทศนี้ เรามีความหวัง

ฉากสุดท้ายเมื่อการต่อสู้สิ้นสุด หลังขาวจับดำไว้ในเงื้อมมือแล้วพาออกไป ขาวกลับเข้ามาอีกครั้งด้วยการเดินเนิบช้าเป็นเส้นตรงจากฉากซ้ายมาสู่ขวา หน้ากากลูกไม้เปิดออก บนหัวสวมศีรษะของดำแบบกลับหัว ลากเอาพลองโลหะยาวเหยียด - อาวุธของดำมาด้วย มันลากถูไปกับพื้น ช้าๆ จนหายลับเข้าฉาก ในขณะที่นักรบทั้งสองฝั่ง 4 นาย ลงเหลี่ยมอยู่กลางเวทีแล้วถ่ายน้ำหนักไปมาช้าๆ กลางไฟที่สลัวลงราวอาทิตย์ตก - - ฝ่ายแพ้ก็เท่านั้น ฝ่ายชนะก็เท่ากัน ดูเป็นฉากโดดเดี่ยวสำหรับขาวด้วยซ้ำ เมื่อหมดศัตรู เสียงคลิบที่น่าสะพรึงของเรียวเล็บโลหะจะไปใช้สยบใคร

ขาวดำ หรือ Black & White จบลง เสียงปรบมือยังไม่เท่ากับพลังชนิดหนึ่งที่สะทัอนจากคนดูเต็มทั้งโรงละคร นั่นคือความรักและชื่นชมที่ส่งกลับไปยังเวทีและนักแสดงทุกๆ คนจนรู้สึกได้

ตื่นเถอะวงการศิลปะ อย่ามัวหลับไหลอยู่
คัมพานีนี้ตื่นจนออกไปทำมาหากินไกลแสนไกลแล้ว!

ภาพจาก Pichet Klunchun Dance Company และ Nattapol Meechart



* ท่ารบท่าหนึ่งในโขน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น